One Last Time

ตอนนี้เวลา 11:44 หันไปหันมา หันกลับมาอีกทีเป็น 11:45 เวลาเดินอยู่ตลอดเวลา กว่าที่จะเขียนจบเรื่องนี้ก็ปาเข้าไป 5 ทุ่มกว่า ก็นั่นล่ะ! เวลากับความเปลี่ยนแปลงมักเกิดขึ้นคู่กันไปในแบบนั้น เหมือนเรากับจักรวาลและทุกๆ สิ่ง หรืออาจไม่ใช่แค่ของที่คู่กัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน … One Last Time

Pinky Chickyขอบคุณภาพ: unsplash-logoToni Cuenca

การเดินทางเมื่อมาถึงจุดหนึ่งทำให้เราอาจได้ค้นพบว่าคำว่า “เที่ยวสุดท้าย” นั้นสำคัญกับเราแค่ไหน ‣ ในคืนนั้นตอนใกล้ๆ เที่ยงคืน การกลับบ้านคือการรอรถเมล์เที่ยวสุดท้าย ป้ายรถเมล์ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิดูกว้างใหญ่ เงียบและไม่ค่อยมีผู้คน ถนนโล่ง เพื่อนถามว่า “เอาไง?” เราบอกว่า “เที่ยวสุดท้ายก็น่าจะยังทันอยู่นะ” แล้วพอไฟเขียวรถเมล์สายของเพื่อนก็เลี้ยวมา เราถามว่า “แล้วมึงไม่ไปเหรอ?” เพื่อนบอกว่า “รอกับมึงก่อนได้” เหมือนเพื่อนจะใจเย็นและรถเมล์ก็เย็นใจ รถเมล์ที่เราสงสัยว่าจะเป็นเที่ยวสุดท้ายมาเข้าป้ายแล้วก็ยังจอดรอผู้โดยสารอยู่ที่นั่น เราเลยบอกว่า “อ้าว! แล้วถ้ารอรถกูมา แล้วของมึงหมดล่ะ จะกลับยังไง?” แต่เหมือนเพื่อนก็จะไม่สนใจ อีกสักแปปสาย 38 เที่ยวสุดท้ายของเราก็เลี้ยวพ้นวงเวียนมาให้เห็น ถึงตอนนั้นเพื่อนเลยหันมายิ้มให้ ตกลงคืนนั้นเราก็แยกกันขึ้นรถกลับบ้านกันไปแต่โดยดี

ตอนเด็กๆ จำได้ว่าชอบอ่านการ์ตูนเบบี้ แล้วมีครั้งนึงตอนพักเที่ยงที่โรงเรียน เราเกิดเดินหลงเข้าไปในห้องที่มีแต่หนังสือ พอตอนโตมานั่งนึกดูเลยพอจะเดาได้ว่า นั่นน่าจะเรียกว่าห้องสมุดของโรงเรียนอนุบาล มีอยู่อีกช่วงที่ชอบอ่านกีฬา & การ์ตูน ฮามิช ตีนระเบิด แล้วก็อีกช่วงที่ไปอ่านอะไรแบบ Touch หรือ Miyuki ของอาดาจิ มิซึรุ เรื่องแปลกคือตอนแรกเราจะอ่านการ์ตูนทุกเรื่องในเล่ม แต่จะข้ามเรื่อง Rough ไป เพราะดูผ่านๆ แล้วไม่คิดว่าจะน่าสนใจ แต่พอได้อ่าน ‣ แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป หลายครั้งที่ย้อนกลับมาอ่านฉากที่ผ่านไป 3 หน้าแล้วทุกอย่างยังไม่ไปไหน 2 คนนั่งกันนิ่งๆ อยู่ในร้านกาแฟ คนเขียนก็บอกว่าขี้เกียจเขียน ตัวการ์ตูนก็นิ่งเงียบขี้เกียจที่จะคุยกัน เหลือแต่คนอ่านที่ขยันเปิดพลิก 2-3 หน้านี้ ซ้ำไปซ้ำมา นั่นล่ะ! ความรักที่มักจะมาแบบไม่รู้ตัว แล้วทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปแต่โดยดี

พูดถึงหนังสือแล้ว น่าจะมีอยู่พวกเดียวที่เราไม่ชอบอ่านคือพวกหนังสือเรียน หนังสือวิชาการ อย่างตอนที่หัดอ่าน Forbes หรือ Fortune นั่น พอหยิบเอา Economic Review ขึ้นมาเท่านั้น เหมือนตาจะลาย แล้วก็หลับไปซะตรงนั้นเลย ‣ ส่วนพวกหนังสือเล่มเล็กๆ นี่บางทีก็น่าแปลก เพราะบางทีก็น่าอ่าน แบบว่าอยากอ่านให้นานๆ พอรู้ตัวอีกทีเลยทำให้เรารู้ว่า เราเป็นคนชอบอ่านหนังสือช้าๆ ด้วยความที่อยากให้ความหมายในทุกๆ หน้าซึมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา แล้วส่วนพวกหนังสือเล่มใหญ่ๆ บางทีถึงจะไม่น่าอ่านเพราะเห็นความหนาแล้ว ความขี้เกียจจะแซงหน้าความน่าอ่าน แต่ก็เพราะความหนานี่ล่ะที่ทำให้สงสัยว่าคนเขียนเค้าเขียนอะไรลงไปตั้งมากมาย แล้วสุดท้ายถึงจะต้องอ่านนานแค่ไหน ก็พยายามอ่านให้จบทั้งเล่มเล็กเล่มใหญ่แต่โดยดี

มีอยู่ช่วงนึงที่หยุดอ่านหนังสือ แต่หันไปอ่านจากในเวบแทนอยู่สักพักนึงเหมือนกัน เรื่องที่คู่กันกับหนังสือก็คือการดูหนัง เพราะพอไม่ได้อ่านหนังสือก็หันมาดูหนัง มีอยู่ช่วงนึงเพื่อนชอบชวนไปดูหนังที่โรงหนังชั้น 2 แถววงเวียนใหญ่ จำได้ว่าดู The Fly ที่นั่น ตอนนั้นเรียกว่าบรรยากาศในโรงพาให้เข้าถึงหนังจริงๆ อีกเรื่องที่บรรยากาศเหมือนกัน แต่เป็นนอกโรงรอบตัวที่ทำให้เข้าถึงหนังไปด้วยคือ Twister เราชอบทั้งจังหวะเวลา ฤดูกาล ความเป็นอเมริกัน ผู้คน แล้วก็เพลงมันๆ ของ Van Halen ‣ พูดมาถึงเพลงในตอนสุดท้าย ทำให้นึกถึง Last Train to London สงสัยว่าที่นั่นจะเป็นยังไง เพราะตั้งแต่เกิดมาเคยเจอแต่ รถเมล์เที่ยวสุดท้าย BTS ไม่ก็ MRT หมด จะใกล้เคียงกับ Last Train to London ก็แค่รถไฟหมดที่โตเกียว ที่ได้เห็นหนุ่มๆ สาวๆ คนทำงานที่ญี่ปุ่น ที่วิ่งกันไปให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย ส่วนเราในคืนนั้นจำได้ว่ายิ่งดึกยิ่งดี ด้วยความที่ไม่มีที่หมายจะให้รีบร้อนต้องไปไหน เอาแค่อยากจะให้ผ่านคืนนั้นไปได้แต่โดยดี ก็แค่นั้นเอง … One Last Time


© 2017-2018 Solution Dee Co.,Ltd. All Rights Reserved.

Powered by Hydejack v7.3.0